มีสมัยฟูนันในไทยไหม?



มีสมัยฟูนันในไทยไหม?

เมื่อหลายวันก่อน ผมได้สอนนักศึกษาเรื่องอิทธิพลของฟูนัน (ฝูหนาน) ในดินแดนไทย โดยยกตัวอย่างการตีความหลักฐานทางโบราณคดีของ Bennet Bronson นักโบราณคดีชาวอเมริกัน ซึ่งเคยขุดค้นเมืองโบราณจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่าง ค.ศ. 1968–1969

Bronson แบ่งลำดับพัฒนาการของเมืองจันเสนจากหลักฐานชั้นดิน และเสนอว่าชั้นวัฒนธรรมระยะหนึ่ง ซึ่งมีอายุราว ค.ศ. 200–500 มีความสัมพันธ์กับฟูนัน การตีความเช่นนี้เป็นความรู้ทางโบราณคดีในช่วงเวลานั้นนะครับ ซึ่งนักวิชาการมักนำชื่อรัฐหรืออาณาจักรที่รู้จักจากเอกสารประวัติศาสตร์จีนหรืออินเดียมาใช้อธิบายชุดหลักฐานทางโบราณคดีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อมูลทางโบราณคดีมากขึ้น การตีความหลักฐานพวกนี้ก็เปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่างเช่นงานของ Stephen A. Murphy เรื่อง The Case for Proto-Dvāravatī: A Review of the Art Historical and Archaeological Evidence (2016) เสนอว่า หลักฐานในลุ่มน้ำเจ้าพระยาบางส่วนที่เคยถูกอธิบายว่าเป็นฟูนัน อาจเหมาะสมกว่าถ้ามองในฐานะพัฒนาการช่วงก่อนทวารวดี (Proto-Dvaravati) โดยเฉพาะช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 4–5 ซึ่งเริ่มปรากฏลักษณะบางประการที่ต่อมาพัฒนาเป็นวัฒนธรรมทวารวดี ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่า Bronson ขุดค้นผิด แต่เป็นเรื่องของกรอบการตีความหลักฐานที่เปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าทางวิชาการ 

อีกกรณีหนึ่งที่น่าสนใจคือเมืองอู่ทอง  ซึ่งในอดีตนักวิชาการบางส่วนเคยเสนอว่าอาจเป็นเมืองจินหลิน (Jinlin หรือ Chin-lin) ที่ปรากฏในเอกสารจีน และเชื่อมโยงกับการขยายอำนาจทางการเมืองของฟูนัน โดยในพงศาวดารราชวงศ์เหลียง หรือ เหลียงซู (Liang Shu) เรียบเรียงขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระเจ้าฟันชิมัน (Fan Shih-man) กษัตริย์ฟูนันในราวคริสต์ศตวรรษที่ 3 ว่าทรงสร้างกองเรือขนาดใหญ่เพื่อยกทัพไปโจมตีบ้านเมืองต่างๆ มากกว่า 10 แห่ง โดยมีชื่อที่ระบุไว้ เช่น ชวีตูคุน (Qudukun) จิ่วจื้อ (Jiuzhi) และเตี่ยนซุน (Diansun) ซึ่งนักวิชาการยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของเมืองเหล่านี้นะ

เอกสารจีนยังกล่าวว่า พระเจ้าฟันชิมันทรงเตรียมยกทัพไปโจมตีจินหลิน แต่ประชวรเสียก่อน จึงส่งพระราชโอรสไปดำเนินการแทน อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ยืนยันว่าฟูนันสามารถพิชิตจินหลินได้สำเร็จ

จินหลินอยู่ที่ไหน ในอดีต H. G. Quaritch Wales เสนอว่าจินหลินอาจเป็นเมืองอู่ทอง โดยอาศัยการตีความภูมิศาสตร์จากเอกสารจีนร่วมกับหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในพื้นที่ ขณะที่ Paul Wheatley พิจารณาตำแหน่งจินหลินในบริเวณตอนเหนือของอ่าวไทย ส่วนนักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งเสนอว่าจินหลินอาจอยู่บริเวณพม่าตอนล่าง แถบสะเทิมหรือเมาะตะมะ 

แต่ปัญหาคือจนถึงปัจจุบัน เรายังไม่มีหลักฐานที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าจินหลินคือเมืองอู่ทอง หรือเป็นเมืองแห่งใดกันแน่ ผมคิดว่าเราต้องเข้าใจบริบทของการตีความในอดีตด้วย เพราะในช่วงเวลาที่นักวิชาการเริ่มเสนอว่าอู่ทองคือจินหลินนั้น ข้อมูลทางโบราณคดีเกี่ยวกับบ้านเมืองในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและคาบสมุทรไทยยังมีค่อนข้างจำกัด ปัจจุบันเรามีข้อมูลทางโบราณคดีเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งจากเมืองจันเสน เมืองอู่ทอง และแหล่งโบราณคดีอีกหลายแห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตลอดจนแหล่งโบราณคดีในคาบสมุทรไทยและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีชุมชนจำนวนมากที่ร่วมสมัยกับฟูนัน และมีส่วนร่วมอยู่ในเครือข่ายการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างภูมิภาค

เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงไม่จำเป็นต้องยึดติดกับสมมติฐานเดิมว่าจินหลินต้องเป็นเมืองอู่ทอง เพราะการพบหลักฐานร่วมสมัยกับฟูนัน ไม่ใช่หลักฐานที่เพียงพอจะยืนยันชื่อเมืองในเอกสารจีน

ที่สำคัญกว่านั้น ต่อให้เราสมมติว่าจินหลินคือเมืองอู่ทองจริง ก็ยังมีคำถามอีกว่า ฟูนันเคยพิชิตเมืองอู่ทองได้สำเร็จหรือไม่ และหากเคยมีอำนาจเหนือเมืองอู่ทอง อำนาจดังกล่าวดำรงอยู่นานเพียงใด เพราะข้อความในเอกสารจีนที่กล่าวถึงความพยายามขยายอำนาจของพระเจ้าฟันชิมัน ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าฟูนันปกครองเมืองอู่ทองหรือชุมชนในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายศตวรรษ

พูดกันโดยสรุปคือ เครือข่ายการแลกเปลี่ยนวัตถุทางวัฒนธรรมในภูมิภาคนี้มีพัฒนาการของตัวเอง และไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นจากการขยายอำนาจของรัฐขนาดใหญ่เสมอไป ดังนั้น การพบวัตถุทางวัฒนธรรมร่วมสมัยกับฟูนัน ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่นั้นเคยอยู่ภายใต้อำนาจของฟูนัน และแม้ฟูนันจะเคยขยายอำนาจเข้ามาจริง 

ภาพ โบราณสถานโกกายธีในพื้นที่เมืองออกแก้ว เวียดนาม ซึ่งเป็นของฟูนัน



บทความทั้งหมดเขียนโดยคุณ โบราณคดีเชิงวิพากษ์ Critical Archaeology

gunhotnewsขอขอบคุณครับ



ผู้โพส: gunhotnews
วันที่: เมื่อวาน เวลา 16:44
จำนวนคนเข้าชมทั้งหมด:16
หมวด: ความรู้ทั่วไป


  แสดงความคิดเห็น
 
 
 
ชื่อ
กรุณากรอกข้อความตามภาพ    *ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทุกตัวและมีอักษรภาษาไทยผสม 
อัพโหลดรูปที่นี่ และนำโค๊ด HTML Code มาใส่ในข้อความที่ต้องการ